1. icon-home
  2. บทความ
  3. รวมเรื่องต้องรู้เกี่ยวกับโรคผิวหนังสุนัข
icon-share
แชร์

รวมเรื่องต้องรู้เกี่ยวกับโรคผิวหนังสุนัข

โรคผิวหนังสุนัขเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อย ๆ มีหลายชนิดมาก แต่ละชนิดก็จะมีสาเหตุและอาการที่แตกต่างกัน เพื่อให้พ่อหมาแม่หมาสามารถสังเกตอาการน้องหมาเมื่อเป็นโรคผิวหนัง และสามารถดูแลน้องหมาเบื้องต้นได้อย่างเหมาะสม ในบทความนี้ โรงพยาบาลสัตว์แอทโมสจะพาคุณไปทำความรู้จักกับโรคผิวหนังในสุนัขเอง จะมีโรคอะไรบ้าง ไปดูกันเลย!

โรคผิวหนังสุนัขมีกี่ชนิด?

โรคผิวหนังสุนัขจะแบ่งเป็น 5 ชนิดหลัก ๆ ดังนี้

1. โรคผิวหนังสุนัขที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และยีสต

เป็นโรคผิวหนังที่มักเกิดขึ้นบริเวณที่อับชื้น เช่น ช่องหู ระหว่างนิ้วเท้า ขาหนีบ ทวารหนัก อัณฑะ หรือช่องคลอด เนื่องจากเป็นสถานที่ที่เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี โดยลักษณะอาการจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อก่อโรค ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นโรคผิวหนังสุนัขจากเชื้อยีสต์ จะทำให้ผิวบริเวณที่ติดเชื้อหนาขึ้น มีกลิ่นเหม็น และทำให้เกิดอาการคันจนทำให้หมากัดและเกาไม่หยุด

2. โรคผิวหนังสุนัขที่เกิดจากการติดเชื้อปรสิตภายนอก

ปรสิตภายนอกที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังสุนัขที่พบได้บ่อย ๆ ได้แก่ เห็บ หมัด เหา ไร และขี้เรื้อน โดยขี้เรื้อนจะแบ่งย่อยได้อีก 2 ชนิด คือ โรคขี้เรื้อนเปียกและโรคขี้เรื้อนแห้ง จัดเป็นโรคผิวหนังสุนัขที่พบได้บ่อยและสร้างความกวนใจให้กับน้องหมาอย่างมาก เพราะจะทำให้เกิดอาการคันที่ผิวหนังจนนำไปสู่การเป็นผิวอักเสบได้

3. โรคผิวหนังสุนัขที่เกิดจากโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้จะแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ คือ ภาวะภูมิแพ้จากสิ่งแวดล้อม และภาวะภูมิแพ้จากผิวหนัง จัดเป็นชนิดของโรคผิวหนังสุนัขที่ต้องให้ความระมัดระวังอย่างมาก เพราะถ้าหากน้องหมามีอารแพ้รุนแรงก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

4. โรคผิวหนังสุนัขที่เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมน

ความผิดปกติของฮอร์โมนในร่างกายก็สามารถทำให้เกิดโรคผิวหนังสุนัขได้ เช่น 

  • โรคฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ (Hypothyroidism)
  • โรคฮอร์โมนคอร์ติซอลสูง (Hyperadrenocorticism: Cushing’s diseases)
  • โรคความผิดปกติของฮอร์โมนเพศ (Sex hormone disorders)
  • โรคความผิดปกติของฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth hormone dermatoses)

ลักษณะอาการของโรคผิวหนังในกลุ่มนี้จะแตกต่างกันไปตามชนิดของฮอร์โมนที่ผิดปกติ แต่จะสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ จากการที่มีอาการอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับผิวหนังร่วมด้วย เช่น ในสุนัขที่เป็นโรคฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ จะมีผิวหนังหนา มัน ขนร่วงเป็นหย่อม ๆ และมีอาการคันในบางครั้ง ร่วมกับมีสุขภาพร่างกายที่ดูอ่อนแอ กระวนกระวาย และอาจไม่ยอมออกกำลังกาย

5. โรคผิวหนังสุนัขที่เกิดจากสาเหตุอื่น ๆ

มีอีกหลายสาเหตุมากที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังสุนัข เช่น โรคลูปัสที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เป็นแผลเปิด หรือแผลพุพอง โรคผิวหนังที่เกิดจากรูขุมขนอักเสบจากการติดเชื้อทางผิวหนัง หรือโรคประจำสายพันธ์ุอย่างโรคผิวหนังดำ (Alopecia X) ที่พบได้ในสุนัขพันธ์ุปอม หรือโรคเนื้องอกที่ทำให้มีก้อนนูน เป็นต้น

รอยโรคผิวหนังสุนัขแต่ละแบบ บอกโรคอะไรได้บ้าง?

  • ผื่นราบ (Macule) : สีผิวจะเป็นจุด ๆ หรือวง ๆ เรียบราบไปกับผิวหนัง ขนาดไม่เกิน 1 เซนติเมตร โดยจะพบการเปลี่ยนแปลงของสีผิวหนัง 3 แบบ ได้แก่ รอยแดง รอยจาง และรอยดำ มักพบในโรคผิวหนังสุนัขจากการอักเสบเป็นหนอง หรือภูมิแพ้ต่าง ๆ
  • ตุ่มแข็งหรือตุ่มแดง (Papule) : จะเป็นตุ้มแข็งนูนออกจากผิวหนัง มีสีแดงหรือสีชมพู และขนาดไม่เกิน 1 เซนติเมตร พบได้ในโรคผิวหนังสุนัขหลายโรค เช่น ผิวหนังอักเสบเป็นหนอง ภูมิแพ้น้ำหลายหมัด ขี้เรื้อนแห้ง ขี้เรื้อนเปียก หรือภูมิแพ้ละอองอากาศ
  • ตุ่มหนอง (Pustule) : จะเป็นตุ่มหนองอยู่ที่ชั้นหนังกำพร้า มักพบในโรคผิวหนังสุนัขอักเสบเป็นหนอง โรคขี้เรื้อนแห้ง โรคขี้เรื้อนเปียก และโรคภูมิแพ้ต่าง ๆ
  • ก้อนนูน (Nodule) : จะเป็นตุ่มกลมขนาดแข็ง ขนาดไม่เกิน 1 เซนติเมตร มักพบในโรคเนื้องอกต่าง ๆ และโรคผิวหนังสุนัขที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อรา
  • แผลหลุดลอก (Erosion) : การหลุดลอกจะเป็นลักษณะแผลตื้น ๆ ในชั้นหนังกำพร้า และมีขอบเขตชัดเจน มักพบในโรคผิวหนังสุนัขอักเสบจากการติดเชื้อ โรคผิวหนังอักเสบจากการเลีย  โรคภูมิแพ้น้ำลายหมัดหรือจากการสัมผัส
  • แผลหลุม (Ulcer) : รอยลอกของแผลจะลึกลงไปถึงชั้นในชั้นผิวหนัง เห็นเป็นขอบนูน และอาจมีเลือดออกได้ มักพบในโรคผิวหนังอักเสบจากการติดเชื้อ การเลีย โรคภูมิแพ้ต่าง ๆ โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง โรคขี้เรื้อนเปียก โรคไต และโรคมะเร็งผิวหนังชนิดสเควมัสเซลล์ 
  • ผิวแห้งหนา (Lichenification) : ผิวบริเวณที่โรคจะหนและนูนขึ้น ผิวดูแข็งดูหยาบจนเห็นเป็นรอยแยกของผิวหนังอย่างชัดเจน มักพบในโรคผิวหนังที่มีอาการคันเรื้อรังมานาน
  • แผลโพรงทะลุ (Fistula, Sinus) : แผลจะมีช่องทางและโพรงเชื่อมต่อระหว่างแผล มีรูเปิดออกมาที่ชั้นผิว และอาจจะมีการแตกของก้อนฝีได้ มักพบในโรคผิวหนังอักเสบเป็นหนอง โรคขี้เรื้อนเปียก และโรคฝีคัณฑสูตร
  • สะเก็ดรังแค (Seborrhea, Scale) : เป็นเศษผิวหนังที่ลอกหลุดออกมาเป็นแผ่นแห้ง ๆ ขุย ๆ อาจมีสีขาว สีเทา หรือสี้นำตาลก็ได้ มักพบในโรคภูมิแพ้น้ำลายหมัด โรคขี้เรื้อนแห้ง โรคผิวหนังอักเสบติดเชื้อ รวมไปถึงโรคผิวหนังที่เกิดจาดเชื้อยีสตฺ และโรคภูมิแพ้ละอองอากาศด้วย
  • สะเก็ดแห้งกรัง (Crust) : เกิดจากการจับตัวร่วมกันของเศษซากเซลล์ หนอง เลือด รังแค และยาที่แห้งแล้ว 
  • รอยดำ (Lentigo, Hyperpigmentation) : เกิดจากผลข้างเคียงของโรคผิวหนังต่าง ๆ เช่น โรคขี้เรื้อนเปียก โรคผิวหนังอักเสบเป็นหนอง หรือโรคกลาก แล้วทำให้ชั้นผิวหนังมีเม็ดสี (Melanin Pigment) เพิ่มมากขึ้น และทำให้ผิวหนังมีสีน้ำตาลเข้มขึ้น หรืออาจเป็นสีคล้ำจนถึงดำเลยก็ได้
  • ขนร่วง (Alopecia) : เป็นรอยโรคผิวหนังที่พบได้บ่อย ๆ และสังเกตเห็นได้ง่าย โดยอาจร่วงเป็นจุด ๆ หรือร่วงเป็นหย่อม ๆ ก็ได้
  • อาการคัน (Pruritus) : จะทำให้น้องหมาแสดงอาการเกา เลีย ถูตัว หรือใบหน้ากับพื้นและฝาผนัง หรือไถก้น ถ้าหากน้องหมามีอาการบ่อยเกินไปจนทำให้ขนร่วง หรือเกิดแผลขึ้น ก็อาจแสดงได้ว่ามีความผิดปกติที่ผิวหนัง

ทำอย่างไรเมื่อน้องหมาเป็นโรคผิวหนังสุนัข?

เมื่อสังเกตแล้วว่าน้องหมามีอาการในกลุ่มโรคผิวหนังสุนัข ควรที่จะพาน้องหมาไปพบสัตวแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างเหมาะสม โดยเจ้าของสัตว์เลี้ยงไม่ควรทายา หรือแต้มยาสีสันต่าง ๆ เพื่อกลบรอยโรค และควรงดอาบน้ำ ทำความสะอาดผิว และช่องหูของน้องหมาก่อนพามาตรวจอย่างน้อย 2 วัน เพราะอาจทำให้สัตวแพทย์มองเห็นรอยโรคไม่ชัดเจน และทำให้การวินิจฉัยผิดพลาดได้

คำแนะนำการดูแลรักษาโรคผิวหนังสุนัขในเบื้องต้น

หากเจ้าของสัตว์เลี้ยงยังไม่สะดวกที่จะพาน้องหมาไปพบสัตวแพทย์ แล้วน้องหมาเป็นโรคผิวหนังที่อาการไม่รุนแรงมาก ไม่อาการอักเสบร่วมด้วย เราแนะนำให้ดูแลรักษาน้องหมาที่เป็นโรคผิวหนังสุนัขในเบื้องต้นด้วยวิธีการต่อไปนี้

  • ใช้แชมพูยาสำหรับรักษาโรคผิวหนังของสุนัขโดยเฉพาะ โดยแชมพูจะมีส่วนประกอบของยาฆ่าเชื้อโรค ช่วยให้แผลแห้งเร็ว และลดอาการกัน
  • ทาน้ำมันที่มีส่วนผสมของวิตามินอี จะเข้าไปช่วยซ่อมแซมผิวหนังในระหว่างที่ติดเชื้อ ทำให้แผลสมานตัวได้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยปลอบประโลมและมอบความชุ่มชื้นให้กับผิวหนังของน้องหมาได้ด้วย

โรคผิวหนังสุนัขอันตรายหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับชนิดของโรคผิวหนังสุนัขที่เป็น แต่โดยทั่วไป โรคผิวหนังสุนัขจะไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต และสามารถรักษาให้หายขาดได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อน้องหมาเป็นโรคผิวหนังสุนัขก็ควรที่จะพาไปรักษากับสัตวแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อที่น้องหมาจะได้หายไว ๆ และกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดี

สรุปเรื่องโรคผิวหนังสุนัข

เป็นอย่างไรกันบ้างกับโรคผิวหนังสุนัขที่เรานำมาฝากในบทความนี้ หวังว่าจะช่วยให้คุณพ่อหมาแม่หมามือใหม่รู้จักกับโรคผิวหนังของน้องหมามากขึ้น รวมถึงสามารถสังเกตรอยโรคผิวหนังสุนัขต่าง ๆ ในเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็ว สามารถเตรียมความพร้อมให้กับน้องหมาและรีบพาไปรักษาได้อย่างทันท่วงที ช่วยป้องกันไม่ให้รอยโรคลุกลามไปยังส่วนอื่น ๆ จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมของน้องหมาได้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ของเราพร้อมให้การดูแลอย่างดีที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

รวมเรื่องต้องรู้ก่อนตัดสินใจทำหมันแมว
รวมเรื่องต้องรู้ก่อนตัดสินใจทำหมันหมา
รวมปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในหมาหน้าสั้น
รวมเรื่องต้องรู้เกี่ยวกับโรคระบบประสาทในสุนัขและแมว
bg-banner-consult-doctor

ปรึกษาสัตวแพทย์

นัดหมาย