1. icon-home
  2. บทความ
  3. รู้จักกับโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบติดต่อในแมว (FIP)
icon-share
แชร์

รู้จักกับโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบติดต่อในแมว (FIP)

โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบติดต่อในแมว หรือที่เรานิยมเรียกกันว่า “FIP แมว” จัดเป็นหนึ่งในโรคติดเชื้อที่อันตรายสำหรับน้องแมวมาก เพราะเมื่อเป็นแล้วจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างหลอดเลือดอักเสบที่ระบบทางเดินอาหาร รวมไปถึงช่องอก ตา และระบบประสาท แล้วนำไปสู่การเสียชีวิตได้ 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโรคนี้จะเป็นอันตราย แต่ก็สามารถป้องกันได้ถ้าหากคุณดูแลแมวอย่างถูกวิธี สำหรับพ่อแมวแม่แมวคนไหนที่กำลังกลัวน้องแมวจะเป็นโรคนี้อยู่ ไม่ต้องกังวลไป โรงพยาบาลสัตว์แอทโมสจะพาไปทำความรู้จักกับโรค FIP แมวเอง ตั้งแต่สาเหตุของการเกิดโรค อาการ การแพร่กระจาย และวิธีป้องกันให้แมวห่างไกลจากโรคนี้ รับรองว่าอ่านจบแล้วจะช่วยให้คุณรับมือกับโรคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน!

รู้จักกับโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบติดต่อในแมว หรือ “FIP แมว”

โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบติดต่อในแมว หรือที่เรียกว่า “โรค FIP” (Feline Infectious Peritonitis) เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาในแมว (Feline Coronavirus : FCoV) ซึ่งเป็นไวรัสที่สามารถพบได้ในลำไส้ของแมวและก่อให้เกิดโรคทางเดินอาหารโรค FIP แมวนั้น มักพบในแมวที่ถูกเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่แออัด ไม่สะอาด และเป็นแมวเด็ก หรือแมวที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน ที่ทำให้เวลาได้รับเชื้อไวรัส FCoV แล้ว ร่างกายไม่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันมาจัดการได้ ทำให้เชื้อไวรัสกลายพันธ์ุและเกิดเป็นโรค FIP ตามมา

โรค FIP แมว ติดต่อกันอย่างไร?

โรค FIP แมวมักติดต่อผ่านอุจจาระของแมวที่ติดเชื้อ FCoV อยู่ โดยน้องแมวไปเลียอุจจาระ หรือพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนของเชื้อไวรัสนี้อยู่ แล้วทำให้เกิดโรค FIP ตามมา

มักพบโรค FIP ในแมวสายพันธ์ุใดบ้าง?

แมวที่เสี่ยงเป็นโรค FIP จะเป็นแมวเด็กที่อายุน้อยกว่า 1 ปี และแมวแก่ที่มีอายุมากกว่า 7 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่มีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย โดยสายพันธุ์แมวที่พบว่าเป็นโรคนี้ได้บ่อย ๆ  มีดังนี้

  • คอร์นิชเรกซ์ (Cornish Rex)
  • บริติชขนสั้น (British Shorthairs)
  • เบงกอล (Bengals) 
  • เบอร์แมน (Birmans)
  • เบอร์มีส (Burmese)
  • เปอร์เซีย (Persians)
  • หิมาลายัน (Himalayans)
  • อะบิสซิเนียน (Abyssinians)
  • ออสเตรเลียนมิสต์ (Australian Mists)

จะรู้ได้อย่างไรว่าแมวเป็น FIP?

อาการของโรค FIP แมว จะแบ่งเป็น 2 แบบหลัก ๆ ได้แก่ แบบเปียก และแบบแห้ง โดยอาจพบแบบใดแบบหนึ่ง หรือพบทั้งสองแบบร่วมกันก็ได้ มีรายละเอียดดังนี้

  • แบบเปียก (Effusive form) : ช่องท้องของแมวจะขายใหญ่ขึ้นจากการที่มีของเหลวสะสมในช่องท้อง ซึ่งเกิดจากการอักเสบของหลอดเลือด หรือมีอาการหายใจลำบาก หายใจเร็ว หรือหัวใจเต้นผิดปกติที่เกิดจากสะสมของเหลวในช่องอก หรือในเยื่อหุ้มหัวใจ
  • แบบแห้ง (Non-Effusive form) : จะสังเกตได้ยากกว่า เพราะไม่มีการสะสมของเหลว แต่อาจพบก้อนผิดปกติในช่องท้องได้ ซึ่งเป็นก้อนที่เกิดจากภูมิคุ้มกันในร่างกายสร้าง Immune Complexes มารวมกับส่วนประกอบบนผนังหลอดเลือดที่อักเสบจนทำให้เกิดก้อนในร่างกายน้องแมวขึ้น

นอกจากอาการโรค FIP แมวแบบเปียกและแบบแห้งแล้ว เรายังสามารถพบอาการอื่น ๆ ของโรค FIP แมวที่ไม่จำเพาะเจาะจงได้ เช่น

  • ซึม ไม่ร่าเริง
  • เบื่ออาหาร ไม่กินอาหาร
  • มีไข้
  • น้ำหนักลด
  • เหงือกซีด หรือเหลือง
  • ก้าวเดินไม่สัมพันธ์กัน
  • เกิดความผิดปกติของดวงตา เช่น เกิดม่านตาอักเสบ หรือลูกตากลอกกลิ้งไปมา
  • ชัก

ถ้าหากพบว่าน้องแมวมีอาการผิดปกติเหล่านี้ หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ก็ควรพาน้องแมวไปตรวจวินิจฉัยกับสัตวแพทย์ว่าเป็นโรค FIP แมวหรือเปล่า หรือเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เพื่อที่จะได้วางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม และช่วยให้น้องแมวกลับมาแข็งแรงโดยเร็วที่สุด

โรค FIP แมว รักษาได้ไหม?

ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรค FIP แมวที่เฉพาะเจาะจง แต่เราสามารถรักษาโรค FIP แมวได้ด้วยการให้ยาลดอักเสบ ร่วมกับการเจาะระบายของเหลวออกได้ เพื่อให้น้องแมวกลับมีภาวะที่ใกล้เคียงปกติมากที่สุด และกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเอาชนะเชื้อไวรัสให้ได้

นอกจากนี้สัตวแพทย์อาจพิจารณายาต้านเชื้อไวรัส GS-441524 หรือ Remdesivir ที่มีฤทธิ์ในการรักษาการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ อย่างไรก็ตาม ยาทั้งสองตัวนี้ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน และอาจไม่เป็นที่ยอมรับในหลาย ๆ ที่ หากสัตวแพทย์ต้องการใช้ยาตัวนี้จริง ๆ ก็มักจะมีการพูดคุยกับเจ้าของสัตว์เลี้ยงถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นก่อน ส่วนยาที่เริ่มมีงานวิจัยเพิ่มเติมคือยา molnupiravir เป็นยาที่ใช้รักษาโรคโควิด 19 ในคน พบว่ามีการตอบสนองของยาที่ดีต่อโรค FIP

มีวัคซีนแมวสำหรับป้องกันโรค FIP ไหม?

ในปัจจุบันจะมีวัคซีนสำหรับป้องกันโรค FIP ในรูปแบบของวัคซีนเชื้อเป็น (Modified live non – adjuvant) และให้โดยการหยอดจมูก (Intranasal) แต่ยังเป็นที่ถกเถียงในเรื่องประสิทธิภาพของวัคซีนอยู่ จึงทำให้วัคซีนชนิดนี้ไม่ได้จัดอยู่ในวัคซีนหลักที่ต้องฉีดให้น้องแมวทุกตัว

คำแนะนำในการดูแลน้องแมวให้ห่างไกลจากโรค FIP

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว พ่อแมวแม่แมวหลายคนอาจเริ่มกังวลแล้วว่าจะดูแลน้องแมวให้ห่างไกลโรค FIP อย่างไรดี เพราะประสิทธิภาพของวัคซีนก็ยังไม่ชัดเจน ส่วนวิธีรักษาเฉพาะเจาะจงก็ยังไม่มี แต่ไม่จำเป็นต้องกังวลไป หากพ่อแมวแม่แมวดูแลน้องแมวด้วยวิธีต่อไปนี้ รับรองว่าจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรค FIP ได้แน่นอน!

  • ในช่วงที่น้องแมวยังเด็ก แนะนำให้เลี้ยงในระบบปิดไปก่อน หลีกเลี่ยงการพาออกไปเล่นในที่สาธารณะเพราะอาจเสี่ยงทำให้ได้รับเชื้อไวรัสได้
  • พาน้องแมวไปฉีดวัคซีนแมวหลักให้ครบตามช่วงอายุที่เหมาะสม
  • ไม่ควรวางชามอาหาร น้ำดื่ม และกระบะทรายไว้ในห้องเดียวกัน หรืออยู่ใกล้กัน
  • หมั่นทำความสะอาดที่พักอาศัย ที่นอน และจานชามของน้องแมวอย่างสม่ำเสมอ
  • หากเลี้ยงแมวเป็นจำนวนมาก จะต้องจัดพื้นที่ให้เพียงพอ ไม่ควรเลี้ยงน้อง ๆ ในพื้นที่ที่หนาแน่นเกินไป
  • พาน้องแมวไปตรวจตรวจสุขภาพและถ่ายพยาธิเป็นประจำทุกปี เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายของแมวให้แข็งแรง

สรุปเรื่องโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบติดต่อในแมว หรือ “FIP แมว”

โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบติดต่อในแมว หรือโรค FIP แมว เป็นโรคที่เกิดจากการที่ได้รับเชื้อไวรัสโคโรนาในแมวแล้วระบบภูมิคุ้มกันของน้องแมวไม่สามารถจัดการได้ ทำให้เชื้อไวรัสกลายพันธุ์จนเกิดเป็นโรค FIP ตามมา มักพบในแมวเด็ก หรือแมวแก่ที่ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง โดยจะได้รับเชื้อจากการที่แมวไปเลียอุจจาระของแมวที่ติดเชื้ออยู่ หรือเลียพื้นที่ที่ปนเปื้อนเชื้อโรคนี้ เมื่อเป็นแล้วจะไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด และมีอัตรารอดชีวิตที่ต่ำ ดังนั้นเจ้าของแมวจึงต้องดูแลน้องแมวอย่างดี โดยการรักษาความสะอาดของสถานที่อยู่อาศัยของน้องแมว เพื่อป้องกันไม่ให้น้องแมวเป็นโรคนี้ตั้งแต่แรกก็จะดีที่สุด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ของเราพร้อมให้การดูแลอย่างดีที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

รวมเรื่องต้องรู้ก่อนตัดสินใจทำหมันแมว
รวมเรื่องต้องรู้ก่อนตัดสินใจทำหมันหมา
รวมปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในหมาหน้าสั้น
รวมเรื่องต้องรู้เกี่ยวกับโรคระบบประสาทในสุนัขและแมว
bg-banner-consult-doctor

ปรึกษาสัตวแพทย์

นัดหมาย